

ข่าวสังคมชาวบ้านประจำวันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน 2569 โดยสินในน้ำ✍️….ธรรมที่ควรมีประจำใจ ก่อนพูดควรตริตรองก่อนทำควรพิจารณา เพราะความรู้สึกและความเชื่อใจที่เสียไปแล้ว การจะให้กลับมาสนิทใจดังเดิมนั้นเป็นเรื่องยาก ความไว้ใจ เปรียบเสมือนโดมิโน่ ต้องใช้เวลาและความเพียรค่อยๆ เรียงขึ้นทีละตัว แต่การทรยศหักหลังเพียงครั้งเดียว สามารถทำให้ล้มครืนลงได้ในพริบตา หัวใจของการอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุข ไม่ใช่การคาดหวังจะให้อีกฝ่ายสมบูรณ์แบบ หรือบังคับให้อีกฝ่ายเปิดเผยทุกเรื่องจนอึดอัด แต่หัวใจอยู่ที่ การไม่ทรยศต่อความไว้ใจ การที่หมดความไว้ใจต่อกันนั้นคือโทษประหารทางความรู้สึก คนโกหกก็เหนื่อยที่ต้องปิดบัง คนที่แกล้งโง่ก็ท้อที่ต้องคอยแบกรับ การมีธรรมประจำใจ สัจจะ ทมะ ขันติ จาคะ จะทำให้การใช้ชีวิตร่วมกันเกิดความสุข….วันนี้มีข้อมูลของคนที่ชอบฟังเพลงเป็นประจำจากงานวิจัยชี้ว่า การฟังเพลงเป็นประจำ ลดเสี่ยงสมองเสื่อม โดยเฉพาะคนแก่ได้ผลชัด ลดโอกาสเกือบ 40% ซึ่งมีผลการศึกษาทางการแพทย์ล่าสุดเผยว่า การฟังเพลงเป็นประจำไม่ใช่แค่ช่วยผ่อนคลายอารมณ์ แต่ยังเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ช่วย ชะลอภาวะสมองเสื่อมได้จริง โดยเฉพาะในกลุ่มของผู้สูงอายุ ซึ่งพบว่าสามารถลดความเสี่ยงการเกิดภาวะสมองเสื่อมได้ สูงถึงเกือบ 40% เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่มีกิจกรรมกระตุ้นสมองด้านดนตรีเลย นักวิจัยระบุว่า ดนตรีมีผลโดยตรงต่อการทำงานของสมองหลายส่วนพร้อมกัน ทั้งความจำ อารมณ์ ภาษา และการเคลื่อนไหว จึงส่งผลให้สมองถูกกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง ลดการเสื่อมของเซลล์ประสาท และช่วยคงความยืดหยุ่นของเครือข่ายสมองในระยะยาว….การฟังเพลงอย่างเดียว แต่สมองได้ทำงานทั้งระบบ รายงานการวิจัยชี้ว่า ระหว่างการฟังเพลง สมองไม่ได้ทำหน้าที่แค่รับเสียงเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับความทรงจำในอดีต การตีความอารมณ์ และการคาดเดาทำนอง ส่งผลให้สมองหลายส่วนทำงานพร้อมกัน คล้ายการออกกำลังกายแบบเบา ๆ แต่ต่อเนื่อง โดยเพราะเพลงที่ผู้ฟังคุ้นเคย หรือมีความหมายทางอารมณ์ จะช่วยกระตุ้นสมอง ส่วนฮิปโปแคมปัส ซึ่งเกี่ยวข้องกับความจำระยะยาว และเป็นบริเวณที่มักเสื่อมก่อนในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ คนแก่เห็นผลเด่นชะลอความจำถดถอย และมีข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างของผู้สูงอายุพบว่า ผู้ที่ฟังเพลงเป็นประจำอย่างน้อยวันละ 30 นาที มีอัตราการถดถอยของความจำช้ากว่ากลุ่มที่ไม่ฟังเพลง อย่างมีนัยสำคัญ และยังมีแนวโน้มซึมเศร้าน้อยลง นอนหลับดีขึ้น และมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมมากกว่า….การฟังเพลงไม่จำเป็นต้องเป็นเพลงคลาสสิก งานวิจัยย้ำว่า ไม่จำเป็นต้องฟังเพลงแนวใดแนวหนึ่งเป็นพิเศษ เพลงลูกทุ่ง เพลงสากล เพลงเก่า หรือเพลงที่ชอบล้วนให้ผลดีใกล้เคียงกัน ยิ่งมีการร้องตามเคาะจังหวะ หรือขยับร่างกายเบาๆ ไปพร้อมกับเสียงเพลง จะยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพในการกระตุ้นสมองมากขึ้น นี่ คือเคล็ดลับยืดอายุสมองที่ไม่ต้องลงทุน แนะนำให้ฟังเพลงเป็นกิจวัตรประจำวัน โดยเฉพาะสังคมของผู้สูงอายุ เพราะเป็นกิจกรรมต้นทุนต่ำ ทำได้ทุกที่และไม่ผลข้างเคียง….เป็นไงละพี่น้องข้อมูลนี้มีประโยชน์หรือเปล่า แค่ฟังเพลงเป็นประจำ ลดการเสี่ยงของสมองเสื่อม วันนี้กลับบ้านแล้วเปิดเพลงให้คนแก่ที่บ้านฟังและลูกหลานฟังด้วยก็ไม่มีปัญหา
....สินในน้ำ
